TALK มอกม่วน : เล่าสู่แฟน(บอล)ฟัง

192 Views

น่านเอฟซีจบฤดูกาล 2018 ด้วยผลงานรองแชมป์โซนและคว้าตั๋วเข้าไปชิมรางรอบแชมป์เปี้ยนลีกส์ เข้าไปเพลย์ออฟแล้วพ่ายให้กับยโสธรเอฟซีซึ่งเป็นผลนงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร สองปีของเสี่ยดิ๊ก(2017-2018) ได้ทุ่มสัพพะกำลังจนผลักดันให้ทีมเล็กๆ อย่างน่านเอฟซีกลายเป็นทีมลุ้นแช้มป์และชิงพื้นที่ข่าวจากสื่อกีฬาต่างๆ แม้จะยังไม่สามารถทำได้ดังที่หวังไว้คือการพาทีมเลื่อนชั้นแต่ก็ถือว่ามาได้ไกลมาก สุดท้ายด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาเสี่ยดิ๊กได้ตัดสินใจวางมือและมองหากลุ่มทุนใหม่เข้ามาบริหารทีมต่อ ช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 62  มีการเปิดโต๊ะเจรจากันหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ซึ่งคำตอบสุดท้ายเวลานั้นคือ ยุบทีม!

ก่อนเดทไลน์การพิจารณาคลับไลเซนซิ่งฤดูกาล 2019 เพียง 1 วัน เสี่ยกู้ผู้ก่อตั้งสโมสรได้ตัดสินใจเข้ามาโอบอุ้มสโมสรแห่งนี้อีกครั้ง ด้วยนโยบายการใช้งบประมาณให้เหมาะสมกับขนาดทีม และเน้นการสร้างเยาวชนของสโมสรทุกรุ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งนโยบายนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 – 5 ปีถึงจะเห็นผล

กลับมาสู่ทีมชุดใหญ่ของฤดูกาล 2019 ผลงานปัจจุบันอาจจะยังไม่ถูกใจแฟนบอลซักเท่าไหร่ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับทีมคู่แข่งกลุ่มหัวตารางแล้วมีความต่างอย่างเห็นได้ชัด ทีมอื่นใช้นักเตะต่างชาติเต็มโควตาและมีนักเตะชื่อดังในทีมมากมาย ส่วนน่านเอฟซีใช้นักเตะต่างชาติเพียงคนเดียวและมีแต่นักเตะดาวรุ่งหน้าใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินเป็นตัวเร่งความสำเร็จของทีม แอบกระซิบดังๆ ว่ากลุ่มทีมหัวตารางของไทยลีก 4 โซนภาคเหนือเวลานี้ จ่ายเงินเดือนนักเตะเดือนละ 7 – 8 แสนบาทเพื่อแลกกับผลการแข่งขันอันยอดเยี่ยม ส่วนน่านเอฟซียังคงเดินตามนโยบายการสร้างทีมเน้นระบบทีมเป็นหลัก ตลาดเปิดรอบสองคงมีการเสริมนักเตะตามตำแหน่งที่ยังเป็นปัญหาเพื่อกลับเข้าสู่เส้นทาง TOP 4 ต่อไป

สุดท้ายเสียงเชียร์และกำลังใจของแฟนบอลในรังเหย้าจะเป็นอีกแรงผลักสำคัญ ให้เหล่าขุนพลงาช้างดำมหากาฬเร่งทำผลงานให้ดีขึ้นต่อไป

P